
ชาวบ้านชุมชนที่ประสบภัยพลุระเบิด ที่ จ.สุพรรณบุรี โอดวอนผู้เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือและติดตามคดีความ ยืนยันมังกรถือเป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยว แต่รากหญ้าไม่เคยได้รับประโยชน์ด้วย สิทธิ์ค้าขายในพื้นที่ตกเป็นของเครือญาติกรรมการศาลเจ้าพ่อหมด
จากกรณีเหตุพลุระเบิดพิธีเปิดงานฉลองเทศกาลตรุษจีนปีมังกรทอง ที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี อุทยานมังกรสวรรค์ พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร เมื่อคืนวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย ได้รับบาดเจ็บกว่า 70 ราย ตามที่นายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ออกมาให้ข่าวว่า โชคดีที่มีมังกรยักษ์เป็นกำแพงกั้นแรงระเบิด นายบรรหาร กับตนเองและนักท่องเที่ยวอีกหลายพันคนจึงไม่ได้รับอันตราย ชาวบ้านข้องใจว่าถ้าพลุไม่อันตราย ทำไมไม่เอาพลุมาจุดด้านหลังเวทีการแสดง ซึ่งเป็นด้านหน้าของมังกร ที่มีสถานที่กว้างพอ หากวันเกิดเหตุคณะผู้จัดงานนำพลุมาตั้งจุดตรงหลังเวทีการแสดง ที่อยู่หน้ามังกร มังกรคงจะบังแรงระเบิดช่วยชาวบ้านเหยื่อผู้ประสบภัยเอาไว้ได้ บ้านเรือนของชาวบ้านก็คงไม่เสียหายเช่นกัน แต่เวทีการแสดงและนักท่องเที่ยวที่อยู่ด้านหน้าเวทีก็คงไม่เหลือเช่นกัน รวมไปถึงนายบรรหารและนายชุมพลด้วย
ขณะเดียวกันชาว บ้านผู้ประสบภัยหลายรายออกมาเปิดเผยว่า ถ้าไม่มีมังกร ก็ไม่มีการจัดงานที่ยิ่งใหญ่ และพวกตนก็จะไม่ได้รับผลกระทบ ทั้งมีคนเสียชีวิตบาดเจ็บบ้านเรือนพังเสียหาย กลายเป็นว่าชุมชนต้องมารับเคราะห์แทน หากไม่มีบ้านเรือนประชาชนปะทะแรงระเบิด มังกรยักษ์ก็คงไม่เหลือซากเช่นกัน การสร้างมังกรถวายเจ้าพ่อเป็นเรื่องที่ดี ทั้งพัฒนาเมืองสุพรรณบุรีให้เจริญยิ่งขึ้น เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมากราบไหว้สักการะเจ้าพ่อ จะทำให้เศรษฐกิจของจังหวัดสุพรรณบุรีดีขึ้น แต่ชาวบ้านในชุมชนระดับรากหญ้า ซึ่งเป็นผู้ประสบภัยครั้งนี้ ไม่ได้รับผลประโยชน์ด้วย ผู้ที่ได้ผลประโยชน์เฉพาะคนบางกลุ่ม อย่างเช่น โรงแรม รีสอร์ต และร้านอาหารทั่วไป เท่านั้น แม้กระทั่งมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมมังกร มีร้านค้าตั้งจำหน่ายสิ่งของมากมายที่หน้าศาลเจ้าพ่อ แต่คนในชุมชนที่ประสบภัย ไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าไปค้าขายได้ เนื่องจากร้านค้าภายในศาลเจ้าพ่อก็จะมีทั้งคนสนิท คณะกรรมการศาลเจ้าพ่อ และลูกหลานหรือคนใกล้ชิดของคณะกรรมการจึงจะมาค้าขายได้
ส่วนบรรยากาศภายในตัวมังกรที่มีการแสดงอารยธรรมของประเทศจีน แต่พี่น้องชาวสุพรรณบุรี ที่เป็นคนจนคงไม่มีโอกาสเข้าชมได้ เนื่องจากต้องซื้อบัตรเข้าชมราคาคนละกว่า 200 บาท จะมีก็เพียงแต่นักท่องเที่ยวต่างจังหวัดและต่างประเทศเท่านั้นที่มีกำลังเงินมาซื้อบัตรเที่ยวชมภายในมังกร ซึ่งขณะนี้คนในชุมชนที่เป็นผู้ประสบภัยไม่ต้องการอะไรไปมากกว่าต้องการให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานนี้เร่งให้ความช่วยเหลือเร็วๆ ชาวบ้านจะได้ทำมาหากินกันไปตามประสาคนจนต่อไป
นอกจากนี้ ชาวบ้านอยากทราบว่าการติดตามผลคดีกับผู้เกี่ยวข้องนั้น ซึ่งในเบื้องต้นตามข่าวชาวบ้านทราบว่า สาเหตุอาจเกิดจากพลุไม่ได้มาตรฐาน จึงเกิดระเบิดก่อนขึ้นสู่ท้องฟ้า ส่งผลให้ประกายไฟไปตกใส่คลังพลุที่เตรียมไว้จุดในวันต่อไป จึงเกิดระเบิดรุนแรง ซึ่งอยากให้ทางตำรวจได้มีการตรวจสอบบริษัทที่รับทำพลุหรือโรงงานที่ผลิตพลุ เนื่องจากชาวบ้านเกรงว่าจะมีพลุที่ไม่ได้มาตรฐานและจะถูกนำไปใช้ในงานอื่นๆ พลุอาจจะเกิดเหตุผิดพลาดแบบงานฉลองตรุษจีนที่สุพรรณบุรีอีก
Sorry, the comment form is closed at this time.