
คนร้ายบุกเดี่ยวปล้นธนาคารทหารไทย สาขาย่อยบิ๊กซี จ.นครปฐม ตำรวจเข้าขวาง แต่ถูกชิงอาวุธปืนไปได้ พร้อมเงินสดกว่า 7 หมื่นบาท
เมื่อเวลา 18.30 น.ของวันที่ 29 ม.ค.55 พตอ.วัฒนา พิมพ์อัฐ ผกก.สภ.เมืองนครปฐม รับแจ้งเหตุมีชายบุกเดี่ยวเข้าจี้พนักงานธนาคารทหารไทย สาขาย่อย ห้างบิ๊กซี สาขานครปฐม ได้เงินสดไป 7 หมื่นบาท ก่อนขี่ จยย.หลบหนีไป ขอให้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วย หลังรับแจ้งแล้วได้รายงานให้ พล.ต.ต.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รอง ผบช.ภ.7 พตท.ยงยุทธ เกิดเรือง รอง ผกก.สส. พตท.ปรีชา ทิมหอม รอง ผกก.สส.ภ.จว.นครปฐม ร่วมเดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุ ภายในธนาคารพบ น.ส.โชติมา จืองี่ และ น.ส.วรารัตน์ โรจน์วงษ์กลาง เจ้าหน้าที่แผนกสินเชื่อ ยืนหน้าซีดด้วยความตกใจ พร้อมกับมีพนักงานที่อยู่ภายในอีก 3-4 คน ยืนอยู่ในอาการตกใจเช่นกัน จากการตรวจสอบภายในและภายนอกธนาคาร พบว่าภายในธนาคารมีรอยกระสุนปืนที่พื้นเป็นรู 1 นัด ส่วนที่ด้านหน้าของธนาคาร พบวิกผมสั้นแบบหญิงของคนร้ายตกอยู่ 1 อัน
จากการสอบถาม น.ส.โชติมา และ น.ส.วรารัตน์ พนักงานเล่าเหตุการณ์ให้ พล.ต.ต.โสภณ ฟังว่า ก่อนเกิดเหตุได้ 1 ชม. ชายแต่งตัววัยรุ่นผอมสูงสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงยีนส์มีรอยขาดที่หัวเข่า ได้เข้ามาในธนาคาร โดยอ้างว่าจะมาขอสอบถามการกู้เงินจากธนาคารโดยไม่นำหลักฐานมา จึงสอบถามว่าทำงานอยู่ที่ใด เงินเดือนเท่าใด คนร้ายบอกว่าทำงานเป็นช่างไฟฟ้า บ้านอยู่ ต.วังตะกู อ.เมืองนครปฐม ส่วนแม่ทำงานอยู่ที่โรงงานอาหารสัตว์เบทาโกร วังตะกู มีเงินเดือน 9 พันบาท คนร้ายอ้างว่าต้องการเงินเพื่อไปให้แม่ เพราะตอนนี้ครอบครัวเดือดร้อน ตนเองจึงให้คำแนะนำไปว่าให้นำเอกสารหรือการรับรองเงินเดือน หรือหาคนรับรองมากรอกแบบฟอร์ม เพื่อส่งให้ผู้ใหญ่พิจารณาก่อน
ทันทีที่พูด จบคนร้ายได้ใช้โทรศัพท์แกล้งโทรหาแม่ และบอกว่ากู้ไม่ได้ต้องเอาเอกสารมาให้ครบก่อนและรอพิจารณา ทันทีที่พูดจบ ก็คว้ามีดพกปลายแหลมเข้าจี้ และขอให้เอาเงินที่มีเหลืออยู่ในช่องเก็บใส่ถุง ท่ามกลางความตกใจ เป็นจังหวะเดียวกับที่ชาวบ้านที่มาติดต่อเรื่องการเงินกับธนาคารออกจากธนาคารไปหมดแล้ว ด้วยความกลัวจึงนำเงินใส่ถุงให้ไป เป็นจังหวะเดียวกับที่ ด.ต.อุดม เพชรรัตน์ ผบ.หมู่งาน ป.ทำหน้าที่เวร ตรวจห้างบิ๊กซีเดินเข้ามาพอดี เมื่อเห็นคนร้ายใช้มีดจี้ขู่บังคับพนักงานจึงเข้ายื้อแย่ง กอดปล้ำ แต่สู้คนร้ายไม่ได้ ถูกคนร้ายแย่งชิงเอาปืนพกที่ติดตัวมาไปได้ จากนั้นก็ยิงเข้าใส่ลงพื้น 1 นัด เป็นการขู่ไม่ให้คนเข้ามาใกล้ ก่อนคว้าเอาทั้งเงินและปืนวิ่งหลบหนีออกจากธนาคารไป แต่เมื่อถึงหน้าประตู ด้านทางออกธนาคาร วิกที่สวมใส่อยู่หลุด แต่ก็ยังกระโดดขึ้นคร่อมรถ จยย.ที่จอดอยู่ด้านข้างห่างจากธนาคาร 20 เมตร หลบหนีไปได้
ทางด้าน ด.ต.อุดม ได้ให้การกับ ตร.ว่า ขณะตรวจอยู่ที่ชั้นบนของห้างบิ๊กซี มีชาวบ้านมากระซิบบอกว่าเมื่อกี้เห็นชายมีอาวุธมีดเหน็บอยู่เดินเข้าไปในธนาคารทหารไทย ซึ่งอยู่ที่ชั้นล่าง ด้วยความสงสัยจึงเดินลงมาชั้นล่าง และเดินเข้าไปในธนาคาร ก็พบว่ามีชายชักมีดออกมาจี้เจ้าหน้าที่ธนาคาร แต่ไม่กล้าชักปืนยิง เพราะกลัวจะถูกเจ้าหน้าที่ธนาคาร จึงเดินเข้าไปอาศัยช่วงที่คนร้ายเผลอ จึงกระโดดกอดปล้ำกับคนร้ายจนมีดคนร้ายตก แต่เนื่องจากคนร้ายยังหนุ่มจึงมีกำลังมากกว่า กอดปล้ำและแย่งปืนจากตนเองไปได้ จากนั้นก็ใช้ปืนยิงใส่ลงพื้นเป็นการขู่ไม่ให้พนักงานเข้าใกล้ เสร็จแล้วได้คว้ามีดและเงินสดที่อยู่ในถุง หลบหนีไปทางประปานคร เขตเทศบาลนครนครปฐม นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านแจ้งว่าพบเห็นคนร้ายมานั่งรอ ตั้งแต่ 15.00 น.สูบบุหรี่ สวมวิกผม อยู่ด้านข้างธนาคารมานาน โดยมีรถ จยย.ฮอนด้า สีฟ้า ทะเบียน จำได้เพียงเลข 618 แต่จำหมวดจังหวัดไม่ได้
หลังจากได้ข้อมูลมาแล้ว ได้แจ้งให้กองวิทยาการ ภาค 7 มาตรวจสอบเก็บลายนิ้วมือแฝงของคนร้าย พร้อมกับส่งชุดสืบสวนไปยัง ต.วังตูกู เพื่อหาข้อมูลของคนร้าย และให้ช่างสเกตซ์ภาพของคนร้ายตามที่พยานบอก และเก็บวิกผมเป็นหลักฐาน เพื่อเป็นแนวทางการสืบสวนหาตัวคนร้ายต่อไป.
Sorry, the comment form is closed at this time.